รีวิวบิ๊กไบค์ Ducati Scrambler Classic | บิ๊กไบค์มือสอง

 
 
เว็บซื้อขายบิ๊กไบค์มือสอง
www.บิ๊กไบค์มือสอง.com
หน้าแรก || ขายบิ๊กไบค์ || ซื้อบิ๊กไบค์ || ซื้อขายสินค้า || ติดต่อเรา || เกี่ยวกับเรา-นโยบายความเป็นส่วนตัว

ชื่อผู้ใช้งาน
รหัสผ่าน
 
สมัครสมาชิก คลิกที่นี่
ลืมรหัสผ่าน
รีวิวบิ๊กไบค์ Ducati Scramb...
รีวิวบิ๊กไบค์ DUCATI SCRAMB...
รีวิว Honda VT1300CRA State...
รีวิว Ducati Scrambler Icon...
รีวิว Aprilia RSV4 R APRC A...
รีวิว Kawasaki Versys 1000...
รีวิว Ducati Monster 1200 S...
รีวิว Yamaha Stryker ครุซเซ...
รีวิว MV Agusta Brutale 675...
รีวิว Kawasaki Versys 650 S...
อ่านต่อ...
 
รีวิวบิ๊กไบค์ Ducati Scrambler Classic
เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2558 อ่าน 4229 ครั้ง

รีวิวบิ๊กไบค์ Ducati Scrambler Classic

รีวิวบิ๊กไบค์ Ducati Scrambler Classic

เรียกได้ว่าในช่วงของสองสามปีหลังมานี้กระแสการตอบรับของบิ๊กไบค์นั้นมาแรงแซงโค้งเป็นอย่างยิ่ง จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่ค่ายดังจากแดนมักกะโรนีอย่าง ดูคาติ จะหาญกล้าเปิดตัวบิ๊กไบค์ตระกูลดังอย่าง SCRAMBLER เพื่อเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยอย่างจริงจัง ด้วยการอัดราคาขายที่แสนจะยั่วยวนใจเหล่านักบิดเข้าไป ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่กระแสของมันในช่วงนี้จะแรงแบบสุดสุดไปเลย และคราวนี้บิ๊กไบค์มือสองนำเสนอให้คุณมาทำความรู้จักกับบิ๊กไบค์อีกรุ่นในตระกูล SCRAMBLER อย่าง Ducati Scrambler Classic ในเวอร์ชั่นล่าสุดที่ยังคงเอกลักษณ์ความคลาสสิกของดูคาติ สแคลมเบอร์ อย่างครบครันและสวยงามน่าหลงใหลเลยทีเดียว



ภาพรวม Ducati Scrambler Classic

สำหรับ Ducati Scrambler Classic แล้วถือกันว่ารุ่น CLASSIC โดยถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแนวการออกแบบของรถในยุคปี 70 แต่ก็ต้องการความสะดวกสบายของเทคโนโลยีรถในปัจจุบัน ด้วยการมีบังโคลนที่ทำจากเหล็ก ที่ยึดป้ายทะเบียนแบบดั้งเดิม และล้อแบบซี่ลวดอลูมิเนียม จึงทำให้รถ SCRAMBLER CLASSIC เป็นรถที่สามารถสะท้อนแก่นแท้ของรถจักรยานยนต์ได้อย่างแท้จริง โดยใช้โลโก้ที่คล้ายคลึงกับโลโก้ดั้งเดิมมากที่สุด โดยเสริมเข้ากับสีที่ใช้ในรถคันดั้งเดิม คือ สีส้ม “ORANGE SUNSHINE” และแถบขาดกลางถังสีดำ จึงทำให้ SCRAMBLER CLASSIC มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นตามแบบฉบับเดียวกับรถในยุคปี 70 นอกจากนี้ เบาะนั่งสีน้ำตาล ยังถูกทำขึ้นใหม่ด้วยการเย็บด้ายเป็นทรงเพชร โดยสมรรถนะของ Ducati Scrambler Classic นั้นต้องถือว่าพกพาความแรงมาอย่างน่าสนใจ ด้วยเครื่องยนต์เเบบ L-TWIN ขนาดความจุกระบอกสูบ 803 ซีซี จำนวน 2 สูบ เเละมี 2 วาล์ลต่อสูบระบายความร้อนด้วยอากาศ พร้อมกับเเผงอลูมิเนียมกับความร้อน เเละเเผงปิดสายพานทำจากอลูมิเนียมโดยมีกำลังการอัดอยู่ที่ 11 : 1 โดยสามารถให้กำลังได้ถึง 75 เเรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที พร้อมเรงบิดที่ 68 นิวตันเมตรที่ 5,750 รอบต่อนาที โดยมีระบบหัวฉีดเเบบ Electronic fuel injection ขนาด 50 มม. ตามมาตรฐาน ยูโร ส่วนระบบเกียร์นั้นก็มาในเเบบ 6 สปีด โดยมีอัตราการทดเกียร์อยู่ที่ 1=32/13 2=30/18 3=28/21 4=26/23 5=22/22 6=24/26 พร้อมกับระบบคลัทช์เเบบ APTC wet multiplate with mechanical control โดยระบบเบรกที่ล้อหน้านั้นจะเป็นเเบบ 330 mm disc, radial 4-piston calliper ส่วนล้อหลังจะเป็นเเบบ 245 mm disc, 1-piston floating calliper  โดยทำงานร่วมกับ ระบบเบรกเเบบ ABS ทั้งที่ล้อหน้าเเละล้อหลัง ในเเบบ BREMBO ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน



เฟรม Ducati Scrambler Classic

ในส่วนของเฟรมนั้น Ducati Scrambler Classic ก็ได้รับการออกเเบบให้มีความส่วยงามในแบบคลาสสิกที่น่าสนใจ ด้วยเฟรมในเเบบ Tubular steel Trellis frame โดยมีระยะฐานล้อที่ความยาว 1,445 มม. โดยมีส่วนสูงที่ 1,150 มม. ความกว้างที่ 845 มม. เเละความยาวที่ 2,100 -2,165 มม. โดยมีเบาะนั่งเป็นเเบบ Dual seat โดยที่เป็นเบาะนั่งต่ำสีน้ำตาลและด้ายเย็บทรงเพชร สามารถนั่งได้ 2 คน ด้วยความสูงเพียง 790 มม. เท่านั้น



ตัวถัง Ducati Scrambler Classic

นอกจากนี้เเล้ว Ducati Scrambler Classic ยังมีการตกเเต่งอย่างสวยงามด้วยถังน้ำมันเหล็กรูปหยดน้ำ ขนาดความจุ 13.5 ลิตร โดยมีเเผงข้างอลูมิเนียมที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ตามสไตส์ของเเต่ละคนที่อาจจะมีการเเต่งเติมให้เหมาะกับผู้เป็นเจ้าของ พร้อมด้วยคิ้วครอบเฟรมเเบบอลูมิเนียม โดยในส่วนของช่วงล่านั้นก็เรียกว่าเเข็งเเกร่งทนทานเเละนุ่มนวลในทุกการขับขี่ด้วยโช้คอัพเดี่ยว KAYABA ที่สามารถปรับระดับได้ พร้อมกันนี้ก็มีล้ออัลลอย 10 ก้าน โดยด้านหน้ามีขนาด 18 นิ้ว เเละด้านหลังมีขนาด 17 นิ้ว พร้อมกับยางสไตส์ ENDURO ที่ PIRELLI พัฒนาขึ้นมาสำหรับ Scrambler โดยเฉพาะ ในส่วนของแฮนด์นั้นก็เป็นแฮนด์กว้างทรงสูง สำหรับท่าขับขี่ที่สบายและผ่อนคลายที่สุด  ส่วนหน้าปัดนั้นก็มีเรือนไมล์ดิจิตอลเดี่ยวทรงกลมเเสดงผลเป็นเเบบ LCD ซึ่งเเผงด้านบนเป็นอลูมิเนียม ส่วนกลางบอดี้จะมีแถบคาดกลางถังน้ำมันสีดำเหมือนกับ Scrambler แบบดั้งเดิมในยุคปี 70 โดยสำหรับระบบไฟเเล้วก็เรียกว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อโคมไฟหน้านั้นทำจากกระจก PARABOLA โดยมาพร้อมกับไฟนำเเสงเเบบ LED ทางด้านของไฟท้ายทำจากกระจก PARABOLA มาพร้อมกับไฟนำเเสงเเบบ LED เเละที่ไฟหลังก็ใช้เทคโนโลยีอย่าง SUFFUSED-LIGHT LED เสริมเข้าไปอีกด้วยบังโคลนหนาและหลังแบบอลูมิเนียม นอกจากนี้เเล้วก็ยังมีที่เก็บของใต้เบาะที่มีความจุใหญ่ขึ้นพร้อมกับช่องเสีย USB  พร้อมกับเสริมความสะดวกด้วยมือจับคนซ้อนที่ด้านหลังอีกด้วย ส่วนป้ายทะเบียนนั้นก็เป็นแบบป้ายทะเบียนสูงเหมือนยุคดั้งเดิมในปี 70 โดยในรุ่นนี้ก็จะมีสีมาให้เลือกเพียงแค่สีเดียวก็คือ สีส้มแบบ Orange Sunshine



ราคา Ducati Scrambler Classic

สำหรับสนราคาของ Ducati Scrambler Classic รุ่นล่าสุดที่เข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยแล้วนั้น ก็มีการเคาะราคาขายออกมาที่เรท 419,900 บาท เรียกว่าเป็นราคาที่เย้ายวนใจเหล่านักบิดที่มีหัวใจความเป็นคลาสสิกอยู่



จังหวัดยอดนิยม
- กรุงเทพมหานคร
- เชียงใหม่
- เชียงราย
- ลำปาง
- ลำพูน
- ชลบุรี
- ระยอง
- นนทบุรี
- ปทุมธานี
- ขอนแก่น
ค้นหาตามลักษณะรถ
- รถทั้งหมด
- Automatic Bike
- Chopper Bike
- Sport Bike
- Motocross Bike
- Touring Bike
- Naked Bike
ค้นหาตามยี่ห้อ
- DUCATI
- Kawasaki
- HONDA
- SUZUKI
- BMW
- aprilia
- YAMAHA
- HARLEY-DAVIDSON
- ยี่ห้ออื่น
ค้นหาตามปีรถ
- ปี 2015 ขึ้นไป
- 2013-2014
- 2011-2012
- 2009-2010
- 2006-2008
- 2003-2005
- 2000-2002
- 1995-1999
- ต่ำกว่า ปี 1994
ค้นหาตามราคา
- น้อยกว่า 5 หมื่น
- 5 หมื่น- 1 แสน
- 1 - 2 แสน
- 2 - 4 แสน
- 4 - 6 แสน
- 6 - 8 แสน
- 8 แสน - 1 ล้าน
- มากกว่า 1 ล้าน
สมัครสมาชิกเว็บไซต์
เว็บเพื่อนบ้าน
 
มีคำถาม ข้อสงสัย สอบถามข้อมูล คลิกที่นี่
บิ๊กไบค์มือสอง  
ท่านสามารถติดต่อทีมงาน บิ๊กไบค์มือสอง ได้ที่ - แฟกซ์ -
ที่อยู่ - Copyright © 2015 บิ๊กไบค์มือสอง All right reserved